ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หนึ่งในสถานที่ที่หลายคนนึกถึงก็คือ N Seoul Tower (เอ็นโซลทาวเวอร์) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Namsan Tower (นัมซานทาวเวอร์) และ Seoul Tower (โซลทาวเวอร์) หอคอยชมวิวชื่อดังที่ตั้งอยู่บนยอดเขานัมซาน (Namsan Mountain) ใจกลางกรุงโซล ซึ่งไม่ได้มีดีแค่การชมทิวทัศน์ของเมืองแบบพาโนรามา 360 องศาเท่านั้น แต่ยังมีจุดชมวิวกลางแจ้งที่เปิดให้เข้าชมฟรี มุมถ่ายรูปยอดนิยมอย่างกุญแจคู่รัก เส้นทางเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติ รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ให้นั่งพักผ่อน พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศของกรุงโซลจากมุมสูงอีกด้วย

สำหรับทริปนี้เราเลือกนั่งเคเบิลคาร์นัมซานขึ้นไปยังสถานีด้านบนในช่วงกลางวัน ระหว่างทางสามารถชมทิวทัศน์ของกรุงโซลและธรรมชาติบนภูเขานัมซานไปพร้อมกัน เมื่อมาถึงแล้วก็ไม่ได้รีบตรงไปยังตัวหอคอยเลย แต่ค่อย ๆ เดินสำรวจจุดชมวิวและมุมถ่ายรูปต่าง ๆ รอบบริเวณ ก่อนจะแวะเดินเล่นตามชั้นต่าง ๆ ภายในโซลทาวเวอร์พลาซ่า ซึ่งมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และมุมถ่ายภาพสวย ๆ ก่อนปิดท้ายด้วยการเดินลงเขาเปลี่ยนบรรยากาศไปขึ้นรถบัสกลับเข้าเมือง
สิ่งที่น่าประทับใจจากการมาเที่ยวในทริปนี้คือ ระหว่างทางได้พบกับจุดชมวิวหลายแห่งที่มองเห็นกรุงโซลจากมุมแตกต่างกัน ทั้งยังได้ถ่ายรูปกับมาสคอตน่ารัก ๆ เดินเล่นบริเวณกุญแจคู่รัก และบังเอิญได้ชมการแสดงศิลปะการต่อสู้แบบเกาหลีดั้งเดิมที่ไม่ได้อยู่ในแผนเที่ยวตั้งแต่แรก ทำให้รู้สึกว่าโซลทาวเวอร์มีอะไรให้น่าสำรวจมากกว่าที่คิด
ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวโซลด้วยตัวเอง และสงสัยว่า N Seoul Tower มีอะไรน่าสนใจบ้าง? ต้องซื้อตั๋วเข้าชมหรือไม่? และเดินทางไปอย่างไรให้สะดวก? บทความนี้จะพาไปหาคำตอบ พร้อมแนะนำจุดชมวิวฟรี กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด วิธีเดินทางด้วยเคเบิลคาร์และรถบัส ราคาตั๋ว เวลาเปิด-ปิด และเคล็ดลับจากประสบการณ์เดินทาง เพื่อช่วยให้วางแผนเที่ยว N Seoul Tower ได้ง่ายขึ้นและไม่พลาดไฮไลต์สำคัญ

รู้จัก N Seoul Tower หอคอยชมวิวชื่อดังแห่งกรุงโซล
รู้หรือไม่ว่าโซลทาวเวอร์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตั้งแต่แรก แต่มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นหอส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ของเกาหลีใต้ โดยเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1969 เพื่อพัฒนาระบบกระจายเสียงในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบ ก่อนจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในปี ค.ศ. 1980 และค่อย ๆ กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงโซลอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ตัวหอคอยมีความสูง 236.7 เมตร ตั้งอยู่บนยอดเขานัมซาน ที่มีความสูงประมาณ 270 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซลและรายล้อมด้วยธรรมชาติ ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างกว้างไกล ทั้งอาคารสูง ถนนสายต่าง ๆ และแนวภูเขาที่ทอดยาวอยู่ไกลออกไป
ปัจจุบันโซลทาวเวอร์ไม่ได้เป็นเพียงหอส่งสัญญาณอีกต่อไป แต่ได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งจุดชมวิว Observatory แบบพาโนรามา 360 องศา ร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่พักผ่อน อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจคือร้านอาหารแบบหมุนได้ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีในการหมุนครบหนึ่งรอบ ให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของกรุงโซลที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปขณะรับประทานอาหาร
เสน่ห์อีกอย่างของโซลทาวเวอร์คือ บรรยากาศที่แตกต่างกันระหว่างกลางวันและกลางคืน ช่วงกลางวันเหมาะสำหรับการชมวิวเมืองและเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติบนเขานัมซาน ส่วนหลังพระอาทิตย์ตกดิน ตัวหอคอยจะส่องสว่างด้วยแสงไฟหลากสีสัน กลายเป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นเหนือเส้นขอบฟ้าของกรุงโซล และนอกจากวิวสวย ๆ แล้ว บริเวณรอบหอคอยยังมีจุดถ่ายรูปและกิจกรรมน่าสนใจอีกหลายอย่างที่รอให้ไปสำรวจด้วยตัวเอง
วิธีเดินทางไปโซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower)
การเดินทางไปโซลทาวเวอร์สามารถเลือกได้หลายวิธี โดย 2 ตัวเลือกที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวคือ การนั่งเคเบิลคาร์นัมซาน และ การขึ้นรถบัสเวียนรอบภูเขานัมซาน ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับงบประมาณและรูปแบบการเดินทางที่ต้องการ
เดินทางด้วยเคเบิลคาร์นัมซาน (Namsan Cable Car)
สำหรับใครที่อยากชมทิวทัศน์ของกรุงโซลจากมุมสูงระหว่างเดินทาง แนะนำให้ใช้บริการเคเบิลคาร์นัมซาน สถานีขึ้นเคเบิลคาร์ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขานัมซาน ไม่ไกลจากย่านเมียงดง (Myeongdong) สามารถเดินทางไปได้ทั้งการเดินเท้าจากสถานีรถไฟใต้ดินและการใช้บริการบัสฟรี
วิธีเดินจากสถานีเมียงดงไปยังเคเบิลคาร์นัมซาน

สำหรับใครที่ → พักอยู่ในย่านเมียงดง และมีเวลาเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ แนะนำให้เดินจากสถานีรถไฟใต้ดินเมียงดงไปยังสถานีเคเบิลคาร์นัมซานด้านล่าง โดยใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเดิน เนื่องจากเส้นทางบางช่วงเป็นทางขึ้นเนิน
เริ่มจากสถานีเมียงดงทางออก 3 เมื่อออกมาแล้วจะพบร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven อยู่บริเวณหัวมุมถนนทางซ้ายมือ ให้เดินผ่านร้านแล้วตรงไปจนถึง Pacific Hotel จากนั้นเลี้ยวขวาขึ้นเนินไปตามถนนจนถึงร้านสะดวกซื้อ GS25 และเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที จะพบทางขึ้นบันไดฝั่งขวามือ ซึ่งนำเราไปยังสถานีเคเบิลคาร์นั่นเอง
ระหว่างทางจะได้สัมผัสบรรยากาศของย่านที่พักอาศัยบริเวณเชิงเขานัมซาน แม้จะต้องเดินขึ้นเนินอยู่เป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด อีกทั้งยังมีมุมให้แวะชมบรรยากาศรอบ ๆ ได้เป็นช่วง ๆ ยิ่งเดินสูงขึ้นก็จะเริ่มมองเห็นยอดหอคอยโซลทาวเวอร์ โผล่พ้นแนวอาคารมาให้เห็นเป็นระยะ เหมือนเป็นน้ำจิ้มก่อนถึงจุดหมายจริง เนื่องจากเส้นทางมีทั้งทางขึ้นเนินและบันได แนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบายและเผื่อเวลาไว้เล็กน้อย
ทางเลือกสำหรับคนไม่อยากเดินขึ้นบันได (Namsan Oreumi Elevator)
สำหรับใครที่ไม่อยากเดินขึ้นบันไดช่วงสุดท้าย แนะนำให้ใช้ลิฟต์กลางแจ้ง (ฟรี) ตัวเลือกนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่เดินมาตามถนนใหญ่จากสถานีเมียงดงทางออกที่ 4 โดยตรง ไม่เช่นนั้นถ้าเดินขึ้นเนินเขามาก่อนเหมือนเรา อาจต้องเดินย้อนลงเนินไปอีกนิดหนึ่งเพื่อไปยังทางเข้าลิฟต์ แต่ถ้ายังมีแรงเหลือก็ลุยได้เลย ทางเข้าลิฟต์ตั้งอยู่ใกล้ถนน Sogong-ro 4-gil เปิดให้บริการเวลา 09:00-23:00 น.
รถบัสฟรีไปยังเคเบิลคาร์นัมซาน (Namsan Cable Car Shutter Bus)
อย่างที่เกริ่นไปว่ามีรถบัสฟรีให้บริการจากสถานีเมียงดงไปยังสถานีเคเบิลคาร์ด้านล่างเลย ตัวเลือกนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกเดิน แบบนั่งรถชิว ๆ แล้วถึงหน้าเคาน์เตอร์ซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าเลย โดยจุดขึ้นรถอยู่บริเวณสถานีรถไฟใต้ดินเมียงดง ทางออก 1 ให้สังเกตรถที่มีป้าย “Namsan Cable Car” (สีเขียวเหลือง) รถให้บริการตั้งแต่เวลา 12:00-20:50 น. ออกประมาณทุก 10 นาที
เดินทางด้วยรถบัสเวียนรอบภูเขานัมซาน (Namsan Circular Shuttle Bus)

สำหรับใครที่ไม่ต้องการขึ้นเคเบิลคาร์ หรือกำลังมองหาวิธีเดินทางที่ประหยัดกว่า สามารถใช้บริการรถบัสเวียนรอบภูเขานัมซาน (Namsan Circular Shuttle Bus) สาย 01A หรือ 01B ซึ่งวิ่งผ่านป้าย N Seoul Tower ได้เช่นกัน
จุดขึ้นรถที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวคือบริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน Chungmuro Station (สาย 3 และ 4) ทางออก 2 บริเวณหน้า Daehan Theater และ Dongguk University Station (สาย 3) ทางออก 6 บริเวณด้านหน้า Supyogyo Bridge โดยสามารถเลือกขึ้นรถสาย 01A หรือ 01B ตามป้ายรถและเส้นทางที่ต้องการ
เส้นทางสาย 01A: วิ่งผ่าน Chungmuro Station, Dongguk University Station, N Seoul Tower และสถานที่สำคัญในย่านใจกลางกรุงโซล เช่น Gwanghwamun Square, Gyeongbokgung Palace ฯลฯ
เส้นทางสาย 01B: วิ่งผ่าน Chungmuro Station, Dongguk University Station, National Theater of Korea, N Seoul Tower, Namsan Library และ Namsan Cable Car
ข้อมูลรถบัสเวียนรอบภูเขานัมซาน
- สายรถบัส: 01A และ 01B
- เวลาให้บริการ: 06:30-23:00 น.
- ความถี่สาย 01A: ประมาณทุก 9 นาที
- ความถี่สาย 01B: ประมาณทุก 14 นาที
- ค่าโดยสารผู้ใหญ่: 1,500 วอนต่อเที่ยว (ใช้บัตร T-Money)
- ป้ายลง: N Seoul Tower (จากนั้นเดินตรงขึ้นเนินเขามาอีกนิดหนึ่งก็จะถึงหอคอย)
เมื่อถึงบริเวณหอคอยแล้วสามารถเดินไปยังจุดชมวิวต่าง ๆ เพื่อเริ่มเที่ยวตามเส้นทางที่แนะนำในบทความนี้ได้เช่นกัน
ประสบการณ์นั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปยังโซลทาวเวอร์

เมื่อเดินทางมาถึงสถานีเคเบิลคาร์นัมซานด้านล่างแล้ว สามารถซื้อตั๋วโดยสารได้ที่ชั้น 1 โดยมีทั้งตั๋วเที่ยวเดียว และตั๋วไป-กลับ ให้เลือกตามแผนการเดินทาง และสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้ จากนั้นเดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 3 เพื่อรอขึ้นเคเบิลคาร์
โชคดีตอนที่เราไปถึงเวลาประมาณเที่ยงพอดี นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก ใช้เวลารอไม่กี่นาทีก็ได้ขึ้นเคเบิลคาร์แล้ว พอเข้าไปด้านในก็ยังมีพื้นที่ว่างเหลือให้เลือกยืนตามมุมที่ชอบ อีกอย่างจะมีเจ้าหน้าที่ 1 คนขึ้นกระเช้าไปกับนักท่องเที่ยวแต่ละรอบด้วย
หลังจากนั้นเคเบิลคาร์ก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้น เริ่มมองเห็นอาคารบ้านเรือนและทิวทัศน์ของกรุงโซลที่เปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีแนวต้นไม้บนภูเขานัมซานอยู่เบื้องล่าง แม้จะใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาที แต่ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้การมาเที่ยว N Seoul Tower น่าสนใจตั้งแต่ยังไม่ถึงตัวหอคอย

ใช้ไม่นานก็มาถึงสถานีเคเบิลคาร์นัมซานด้านบน (Namsan Cable Car Upper Station) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเที่ยวในครั้งนี้ บริเวณใกล้สถานียังมีจุดชมวิวกลางแจ้งให้แวะถ่ายภาพ ก่อนเดินต่อไปยังลานศาลาแปดเหลี่ยมนัมซานและบริเวณหอคอยตามลำดับ
คำแนะนำ: สำหรับใครที่วางแผนเดินทางกลับด้วยรถบัสเหมือนเรา แนะนำให้เลือกซื้อตั๋วเคเบิลคาร์แบบเที่ยวเดียว เพื่อไม่ต้องเสียค่าตั๋วขากลับที่ไม่ได้ใช้ ส่วนใครที่ต้องการกลับด้วยเคเบิลคาร์ก็สามารถเลือกซื้อตั๋วแบบไป-กลับได้ตามสะดวก
ข้อมูลการเดินทางด้วย Namsan Cable Car
- สถานีขึ้นเคเบิลคาร์: 83 Sopa-ro, Jung-gu, Seoul
- สถานีปลายทาง: Namsan Cable Car Upper Station
- สถานีรถไฟใต้ดินใกล้เคียง: Myeongdong Station (สาย 4)
- เวลาให้บริการ: 10:00-23:00 น.
- ระยะเวลานั่งเคเบิลคาร์: ประมาณ 3-6 นาทีต่อเที่ยว
- ค่าโดยสารผู้ใหญ่: ไป-กลับ 15,000 วอน หรือเที่ยวเดียว 12,000 วอน
- ค่าโดยสารเด็ก: ไป-กลับ 11,500 วอน หรือเที่ยวเดียว 9,000 วอน
เที่ยวโซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower) มีอะไรน่าสนใจบ้าง
แน่นอนว่ากิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวโซลทาวเวอร์ คือ การได้ชมวิวสวย ๆ ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน โดยมีไฮไลต์หลักคือจุดชมวิวภายในหอคอยผ่านกระจกรอบด้านแบบไม่มีอะไรมาบดบังสายตา แต่ถ้าใครยังลังเลว่าจะซื้อตั๋วขึ้นหอคอยดีไหม ลองเดินเล่นตามจุดชมวิวกลางแจ้งที่เปิดให้เข้าชมฟรีเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนก็ได้
เริ่มจากจุดชมวิวหลักใกล้ลานศาลาแปดเหลี่ยมนัมซาน ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงโซลฝั่งทิศเหนือ จากนั้นแวะไปยังจุดชมวิวทางทิศตะวันออกของโซลทาวเวอร์พลาซ่า และลานชมวิวกลางแจ้งทางทิศตะวันตก ที่มาพร้อมมุมถ่ายรูปกุญแจคู่รักหลากสีสัน ถ้ายังไม่จุใจลองเดินตามสะพานแห่งความรัก ไปยังจุดชมวิวใกล้สถานีปลายทางเคเบิลคาร์นัมซาน ซึ่งนอกจากจะได้ชมวิวเมืองแล้วยังเต็มไปด้วยจุดคล้องกุญแจคู่รักสวยไม่แพ้จุดก่อนหน้านี้
เส้นทางนี้ใช้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 2-3 ชม. เหมาะสำหรับใครที่อยากเดินเล่น ชมวิว และเก็บภาพสวย ๆ รอบโซลทาวเวอร์โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชมจุดชมวิวภายในหอคอย แต่ถ้ามีแผนจะแวะร้านอาหารหรือคาเฟ่ด้วย แนะนำให้เผื่อเวลาเพิ่มอีกสักหน่อย เอาเป็นว่าเราจะพาไปสำรวจจุดชมวิวแต่ละแห่งกันว่ามีอะไรน่าสนใจ และมุมไหนที่ไม่ควรพลาดบ้าง
จุดชมวิวด้านบนสถานีปลายทางเคเบิลคาร์นัมซาน

เริ่มต้นกันที่จุดชมวิวด้านบนสถานีปลายทางเคเบิลคาร์นัมซาน (Namsan Cable Car Upper Station) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางออกของสถานี เพียงเลี้ยวซ้ายแล้วเดินขึ้นบันไดไปเล็กน้อย ก็จะพบกับจุดชมวิวอยู่ทางซ้ายมือ (ถ้าเดินตรงไปอีกจะถึงลานศาลาแปดเหลี่ยมที่ตั้งอยู่บนยอดเขานัมซาน) แต่ก่อนจะเดินขึ้นบันไดอย่าลืมแวะถ่ายรูปตรงหัวมุมทางเลี้ยว จะเห็นเคเบิลคาร์ในจังหวะที่กำลังเคลื่อนตัวช้า ๆ ลงไปยังสถานีด้านล่าง
ส่วนใครที่เดินทางขึ้นเขานัมซานด้วยรถบัส แล้วอยากแวะมาชมวิวบริเวณนี้ ให้มองหาทางเชื่อมใกล้กับลานศาลาแปดเหลี่ยมที่มีกุญแจคู่รักคล้องอยู่เยอะ ๆ จากนั้นเดินตามทางเชื่อมลงมาก็จะเจอกับจุดชมวิวนี้เลย
พื้นที่ด้านบนสถานีปลายทางเคเบิลคาร์นัมซานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ จุดคล้องกุญแจคู่รัก ที่เรียกว่า “Heartlock Zone” และจุดชมวิวทางทิศเหนือ เมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับจุดคล้องกุญแจคู่รักก่อน มีราวระเบียงที่เต็มไปด้วยกุญแจหลากสีสันคล้องเรียงรายอยู่ตลอดแนว บริเวณนี้ยังมีร้านขายกุญแจคู่รักสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากซื้อไปคล้องเป็นที่ระลึกอีกด้วย
สิ่งที่เราชอบมากที่สุดในโซนนี้ไม่ได้มีเพียงสีสันสะดุดตาของกุญแจคู่รักนับไม่ถ้วน แต่ยังรวมถึงบรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบ มีต้นไม้ใหญ่คอยให้ร่มเงา พร้อมสายลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านเป็นระยะ ทำให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายจนอยากหามุมนั่งเล่นชมบรรยากาศอยู่ตรงนี้นาน ๆ
จากจุดคล้องกุญแจคู่รักถ้าเดินขึ้นบันไดต่อไปอีกเล็กน้อยจะถึงจุดชมวิวทางทิศเหนือ แม้พื้นที่จะไม่กว้างมากนักและอยู่ต่ำกว่าจุดชมวิวหลักบนยอดเขานัมซาน แต่ก็สามารถมองเห็นอาคารบ้านเรือนในย่านเมียงดง รวมถึงตึกสูงที่เรียงรายอยู่เบื้องล่างได้อย่างสวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งมุมชมวิวที่น่าแวะมาเก็บภาพกรุงโซลจากมุมสูงโดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม

แวะชมวิวกันไปพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลาเดินต่อไปยังยอดเขานัมซาน จากจุดนี้มี 2 เส้นทางให้เลือก เส้นทางแรก เดินลงบันไดทางด้านซ้ายมือ (ถ้าหันหน้าเข้าหาโซลทาวเวอร์) ผ่านบริเวณที่เรียกว่า “สะพานแห่งความรัก” (Bridge of Love) ซึ่งเป็นทางเดินเชื่อมที่มีแม่กุญแจคู่รักหลากสีสันคล้องเรียงรายอยู่ตามราวระเบียงตลอดเส้นทาง เอาเป็นว่าใครที่อยากได้ภาพสวย ๆ ของกุญแจคู่รัก แบบเลือกมุมได้เลย (แต่เอาจริง ๆ ไม่ว่าจะมุมไหนก็สวยไปหมด) แนะนำให้ใช้เส้นทาง
เส้นทางที่สอง เดินย้อนกลับไปขึ้นบันไดทางเดียวกับที่มาจากสถานีเคเบิลคาร์นัมซาน แล้วเดินต่อไปอีกนิดเดียวก็จะถึงบริเวณยอดเขานัมซาน ซึ่งมีศาลาแปดเหลี่ยมเป็นจุดพักผ่อนและชมวิว ระหว่างทางยังสามารถแวะชม หอสัญญาณไฟโบราณนัมซาน (Namsan Beacon Station) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงโซลได้อีกด้วย และถ้าได้ลองเข้าไปเดินเล่นด้านในหอสัญญาณไฟแล้วมองลงไปทางขวามือ ก็จะเห็นทางเดินเชื่อมสะพานแห่งความรักที่กล่าวถึงในเส้นทางแรกนั่นเอง
กุญแจคู่รัก N Seoul Tower (Love Locks)

อีกหนึ่งมุมที่กลายเป็นภาพจำของโซลทาวเวอร์ คือ กุญแจคู่รัก (Love Locks) ซึ่งมีแม่กุญแจหลากสีสันจำนวนมากคล้องเรียงรายอยู่ตามราวและพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ จนกลายเป็นจุดถ่ายรูปสุดโรแมนติกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ธรรมเนียมการคล้องกุญแจคู่รักที่นี่เริ่มได้รับความนิยมในช่วงปี ค.ศ. 2006-2007 โดยคู่รักมักเขียนชื่อ วันที่ หรือข้อความแทนความรักลงบนแม่กุญแจ ก่อนนำไปคล้องไว้เป็นสัญลักษณ์ของคำมั่นสัญญาและความรักที่ยืนยาว แต่ที่น่าสนใจคือไม่ได้มีเพียงคู่รักเท่านั้น เพราะยังมีแฟนคลับศิลปินและนักแสดงเกาหลีที่นำแม่กุญแจมาคล้องเพื่อแสดงความรักและการสนับสนุนต่อศิลปินที่ชื่นชอบอีกด้วย
นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นกุญแจคู่รักได้ตามจุดต่าง ๆ รอบโซลทาวเวอร์ แต่ถ้าพูดถึงมุมยอดนิยมที่มีกุญแจคู่รักคล้องเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก จะมีอยู่ 2 จุดหลัก ได้แก่ จุดแรก สะพานแห่งความรัก ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับจุดชมวิวด้านบนสถานีปลายทางเคเบิลคาร์นัมซานที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้

จุดที่สอง ลานชมวิวกลางแจ้งบนดาดฟ้า (Roof Terrace) ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของโซลทาวเวอร์พลาซ่า ใกล้กับเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเข้าชมหอคอย นอกจากจะมีกุญแจคู่รักคล้องเรียงรายอยู่เต็มราวระเบียงแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของกรุงโซลได้กว้างไกลสุดสายตาอีกด้วย เดี๋ยวเราจะพาไปสำรวจจุดชมวิวแห่งนี้กันต่อในส่วนของ Seoul Tower Plaza ซึ่งยังมีมุมสวย ๆ และสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายอย่างรอให้ไปชมกัน
กุญแจคู่รักซื้อได้ที่ไหน? สำหรับใครที่อยากคล้องกุญแจคู่รักที่โซลทาวเวอร์ สามารถเลือกซื้อแม่กุญแจได้ที่ร้านขายของที่ระลึก N Gift บริเวณชั้น Plaza 1F ของหอคอย รวมถึงร้านค้าบริเวณจุดชมวิวด้านบนสถานีปลายทางเคเบิลคาร์นัมซาน หรือจะซื้อแม่กุญแจจากร้านค้าทั่วไปแล้วนำมาคล้องเองก็ได้เช่นกัน ราคากุญแจประมาณ 8,500-22,000 วอน ขึ้นอยู่กับรูปแบบและขนาด และไม่มีค่าธรรมเนียมในการคล้องกุญแจ

เดินขึ้นสู้จุดชมวิวหลักใกล้ลานศาลาแปดเหลี่ยม
หลังจากเดินตามสะพานแห่งความรักขึ้นมาจนถึงยอดเขานัมซานแล้ว ก็จะพบกับลานศาลาแปดเหลี่ยมนัมซาน (Namsan Octagonal Pavilion Square) โดยมีโซลทาวเวอร์ตั้งตระหง่านเป็นแลนด์มาร์กเด่นอยู่เบื้องหน้า หนึ่งในไฮไลต์ที่อยากชวนให้แวะมาสัมผัสด้วยตัวเองคือ จุดชมวิวหลักที่เปิดให้เข้าชมฟรี ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของลาน หาได้ไม่ยาก เพียงสังเกตบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวยืนชมวิวและถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก บอกเลยว่าวิวสวยจนอยากหยุดเดินแล้วใช้เวลาอยู่ตรงนี้ให้นานขึ้นอีกสักหน่อย

เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับ ระเบียงชมวิวที่มีราวกระจกกั้น แบ่งออกเป็น 2 ระดับ โดยระเบียงด้านบนสามารถยืนชมทิวทัศน์ของกรุงโซลจากมุมสูงได้อย่างเต็มตา ส่วนระเบียงด้านล่างอยู่ต่ำลงมาเล็กน้อยและมีพื้นที่กว้างขวางกว่า สามารถเดินลงบันไดไปถ่ายรูปหรือหามุมนั่งพักผ่อนชมวิวได้ตามสบาย นอกจากนี้ยังมีป้ายแผนผังแสดงตำแหน่งสถานที่สำคัญต่าง ๆ ให้ลองมองหาและเปรียบเทียบกับทิวทัศน์จริงที่อยู่ตรงหน้าอีกด้วย
ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงโซลทอดยาวออกไปไกลสุดสายตา ทั้งอาคารสูงและบ้านเรือนในย่านเมียงดงที่เรียงรายอยู่เบื้องล่าง ตัดกับแนวภูเขาทางทิศเหนือที่ทอดยาวเป็นฉากหลัง เป็นภาพที่สวยงามจนอดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพไว้หลาย ๆ มุม และยิ่งได้มายืนชมด้วยตาตัวเอง ก็ยิ่งรู้สึกว่าการเดินทางขึ้นมาบนเขานัมซานครั้งนี้คุ้มค่าจริง ๆ
เดินสำรวจพื้นที่ภายในโซลทาวเวอร์และถ่ายรูปกับมาสคอตสุดน่ารัก

หลังจากชมวิวกรุงโซลจากลานศาลาแปดเหลี่ยมนัมซานจนเต็มอิ่มแล้ว สามารถเดินต่อไปยังพื้นที่ส่วนฐานของหอคอย ที่เรียกว่า “Seoul Tower Plaza” ซึ่งมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปน่าสนใจไว้ตามชั้นต่าง ๆ โดยสามารถเดินเที่ยวได้ตามความชอบ ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วเข้าชมจุดชมวิวภายในหอคอย

หนึ่งในมุมที่สะดุดตาระหว่างเดินเล่นคือ มาสคอต YooHoo & Friends ตัวการ์ตูนสัตว์หน้าตาน่ารักสีสันสดใส ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์หายากและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์จากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะแวะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบมาสคอตน่ารัก ๆ หรือเดินทางมากับเด็ก ๆ ก็น่าจะเพลิดเพลินกับมุมนี้ไม่น้อย

นอกจากมุมถ่ายรูปภายในอาคารแล้ว ยังสามารถเดินออกไปชมทิวทัศน์ของกรุงโซลจากจุดชมวิวกลางแจ้งที่เปิดให้เข้าชมฟรีได้อีกด้วย ซึ่งต้องบอกว่าวิวสวยไม่แพ้กันเลยทีเดียว ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลถึง 50 กิโลเมตร ฝั่งที่เราแวะไปนั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มองเห็นภูเขาอาชาซาน (Achasan) และบริเวณสวนตุกซอม (Ttukseom) ตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ของกรุงโซลที่ทอดยาวออกไปสุดสายตา

จากจุดชมวิวกลางแจ้งฝั่งทิศตะวันออก อย่าเพิ่งรีบเดินออกจากโซลพลาซ่า เพราะยังมีอีกหนึ่งจุดชมวิวที่น่าสนใจรออยู่ นั่นคือ ลานชมวิวกลางแจ้งบนดาดฟ้าฝั่งทิศตะวันตก (Roof Terrace) ที่เกริ่นถึงไปก่อนหน้านี้ เพียงเดินผ่านตัวอาคาร แล้วขึ้นบันไดบริเวณใกล้กับร้านสะดวกซื้อ ก็จะเจอกับลานชมวิวแห่งนี้เลย

พอเดินขึ้นมาถึงจะเจอกับลานดาดฟ้าที่มีลักษณะเป็นรูปตัวยู เปิดให้ชมทิวทัศน์ของกรุงโซลได้จากหลายมุม ทางทิศใต้สามารถมองเห็นภูเขาควานักซาน (Gwanaksan) และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี (National Museum of Korea) ส่วนทางทิศตะวันตกจะมองเห็นสะพานยังฮวา (Yanghwa Bridge) เกาะนันจี (Nanji Island) และภูเขาอิลซาน (Ilsan) นั่นเอง

นอกจากวิวสวย ๆ ที่ทำให้หยุดมองไม่ได้แล้ว ตลอดแนวราวระเบียงยังเต็มไปด้วยกุญแจคู่รักหลากสีสันที่คล้องเรียงรายกันอย่างหนาแน่น จนแทบไม่เหลือช่องว่างให้เห็นเลยทีเดียว ต้องบอกว่าใครที่ตั้งใจจะมาคล้องกุญแจคู่รักตรงจุดนี้ อาจต้องใช้เวลาเดินหาพื้นที่ว่างกันสักหน่อย เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่แม่กุญแจเต็มราวระเบียงไปหมด
ส่วนลูกกุญแจหลังจากล็อกแม่กุญแจเรียบร้อยแล้ว ทางสถานที่ได้จัดเตรียมกล่องสำหรับทิ้งลูกกุญแจไว้โดยเฉพาะ ไม่ควรโยนลูกกุญแจทิ้งตามทางเดินหรือพื้นที่ป่าบริเวณภูเขานัมซาน เพราะอาจก่อให้เกิดขยะและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้
จุดชมวิว N Seoul Tower Observatory

สำหรับใครที่อยากชมทัศนียภาพของกรุงโซลจากมุมสูงแบบรอบทิศทาง สามารถเลือกซื้อตั๋วขึ้นไปยังจุดชมวิวภายในหอคอย (Observatory) ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น Tower 4F และ Tower 5F ของโซลทาวเวอร์ได้เช่นกัน จุดนี้เปิดให้ชมวิวแบบพาโนรามา 360 องศาผ่านกระจกบานใหญ่ มองเห็นทิวทัศน์ของกรุงโซลได้อย่างกว้างไกล ทั้งอาคารบ้านเรือน ถนนสายสำคัญ และแนวภูเขาที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา โดยมีเส้นขอบฟ้าเป็นฉากหลัง ยิ่งในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสก็ยิ่งมองเห็นรายละเอียดของเมืองได้อย่างสวยงาม
ภายในจุดชมวิวยังมี กล้องส่องทางไกลดิจิทัล (Digital Telescope) สำหรับส่องชมรายละเอียดของเมืองจากระยะไกล รวมถึงห้องน้ำชมวิว (Sky Restroom) บนชั้น Tower 4F ส่วนชั้น Tower 5F ยังมีร้านขายของที่ระลึก N Gift และจุดถ่ายภาพ N Photo ให้แวะเก็บภาพความประทับใจกลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย
ถ้าตั้งใจขึ้นไปชมวิวภายในหอคอย แนะนำให้เลือก ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เพราะเป็นช่วงเวลาที่จะได้สัมผัสบรรยากาศของกรุงโซลถึงสองรูปแบบในครั้งเดียว เริ่มจากทิวทัศน์ของเมืองในช่วงกลางวันที่มองเห็นอาคารบ้านเรือนและแนวภูเขาได้อย่างชัดเจน ก่อนที่แสงอาทิตย์จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทองอบอุ่น และเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง แสงไฟจากอาคารและถนนสายต่าง ๆ ก็จะทยอยส่องสว่าง เปลี่ยนกรุงโซลให้กลายเป็นเมืองแห่งแสงไฟที่สวยงามไปอีกแบบ
ข้อมูลเข้าชมจุดชมวิวในโซลทาวเวอร์
เรื่องน่ารู้: ไฟบนหอคอยโซลไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังบอกระดับคุณภาพอากาศของกรุงโซลอีกด้วย สีฟ้า: อากาศดี สีเขียว: อากาศปานกลาง สีเหลือง: อากาศไม่ดี และสีแดง: อากาศแย่มาก ไฟบนหอคอยจะเปิดจนถึงเวลา 23:00 น. (ฤดูหนาวอาจปิดเวลา 22:00 น.) ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวช่วงค่ำ อย่าลืมลองสังเกตสีของแสงไฟบนหอคอยกันด้วยน๊า

บังเอิญได้ชมการแสดงวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิม
อีกหนึ่งความประทับใจจากการเที่ยวโซลทาวเวอร์ครั้งนี้คือ การได้ชมการแสดงวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมโดยบังเอิญ ที่จัดขึ้นบริเวณลานศาลาแปดเหลี่ยมนัมซาน ซึ่งเราไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า แต่โชคดีที่เดินมาถึงในช่วงที่การแสดงกำลังจะเริ่มพอดี (ประมาณบ่ายสามโมง) เลยตัดสินใจอยู่รอชม และต้องบอกว่าสนุกและตื่นตาตื่นใจเลยทีเดียว
การแสดงวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมที่นี่แบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ใช้เวลารวมประมาณ 30-40 นาที เริ่มต้นด้วย การแสดงซามุลโนรี (Samulnori Performance) ดนตรีพื้นบ้านเกาหลีที่ใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องกระทบ 4 ชนิด บรรเลงประสานกันเป็นจังหวะสนุกสนาน สร้างบรรยากาศคึกคักและดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณลานแสดงได้เป็นอย่างดี

จากนั้นต่อด้วย การแสดงศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิม (Traditional Martial Arts Demonstration) โดยผู้แสดงสวมเครื่องแต่งกายย้อนยุคและสาธิตทักษะการต่อสู้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการใช้ดาบ หอก และการต่อสู้ด้วยมือเปล่า แต่ละท่วงท่าเต็มไปด้วยความคล่องแคล่วและแม่นยำ จนมีหลายจังหวะที่ทำให้เราตื่นเต้นและลุ้นตามไปด้วย
แม้จะมีการใช้อาวุธประกอบการแสดง แต่พื้นที่สำหรับผู้ชมก็จัดแยกจากบริเวณแสดงอย่างชัดเจน ทำให้สามารถยืนชมได้อย่างสบายใจ อีกอย่างหลังจบการแสดง นักท่องเที่ยวยังมีโอกาสถ่ายภาพร่วมกับผู้แสดงในชุดย้อนยุคได้อีกด้วย
เที่ยวโซลทาวเวอร์แล้วเดินทางกลับเข้าเมืองยังไง
เมื่อเที่ยวโซลทาวเวอร์แล้ว มีวิธีเดินทางกลับเข้าเมืองหรือย่านเมียงดง 2 ตัวเลือก คือ นั่งเคเบิลคาร์กลับลงไปยังสถานีต้นทาง แล้วเดินต่อไปยังย่านเมียงดง และนั่งรถบัสเวียนรอบภูเขานัมซานสาย 01A และ 01B กลับเข้าเมือง เราจะมาอธิบายตัวเลือกการเดินทางด้วยรถบัสกัน เพราะขามาเลือกขึ้นเคเบิลคาร์ไปแล้ว ขากลับจึงอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรถบัสกันบ้าง
จากโซลทาวเวอร์ไปย่านเมียงดง (Myeongdong)
จากโซลทาวเวอร์ไปจัตุรัสควังฮวามุน (Gwanghwamun Square)
จากโซลทาวเวอร์ไปพระราชวังคยองบกกุง (Gyeongbokgung Palace)
จากโซลทาวเวอร์ไปห้องสมุดนัมซานและสถานีเคเบิลคาร์นัมซาน
หมายเหตุ: เส้นทางและป้ายจอดรถบัสอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดผ่าน Naver Map หรือ KakaoMap ก่อนเดินทาง
เรื่องน่ารู้ก่อนไปเยือนโซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower)
สรุปเที่ยวโซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower) คุ้มค่าไหม

สำหรับเราโซลทาวเวอร์เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวโซลที่คุ้มค่าและอยากแนะนำให้ลองมาเยือนสักครั้ง เพราะเสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้มีเพียงการขึ้นไปชมวิวกรุงโซลจากบนหอคอยเท่านั้น แต่ตลอดเส้นทางยังเต็มไปด้วยมุมเล็ก ๆ ที่น่าสนใจให้แวะสำรวจอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่จุดชมวิวใกล้สถานีเคเบิลคาร์ ต่อด้วยลานศาลาแปดเหลี่ยมนัมซาน ตามด้วยจุดชมวิวหลักแบบจะนั่งชมวิวสวย ๆ หรือแวะมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ได้ รวมถึงมุมถ่ายรูปกับมาสคอตและกุญแจคู่รัก ไปจนถึงการแสดงวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมที่ได้ชมโดยบังเอิญ
สิ่งที่ชอบที่สุดคือ การได้เดินเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ค่อย ๆ สำรวจมุมต่าง ๆ และหยุดถ่ายรูปในจุดที่สะดุดตา โดยเฉพาะจุดชมวิวกลางแจ้งที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงโซลจากมุมสูงได้อย่างสวยงาม โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อตั๋วเข้าชมจุดชมวิวภายในหอคอยเลยด้วยซ้ำ
แต่ถ้ามีโอกาสกลับไปเที่ยวเกาหลีอีกครั้ง ก็อยากลองแวะมาในช่วงเย็นจนถึงค่ำดูบ้าง เพราะอยากขึ้นไปชมทิวทัศน์ของกรุงโซลยามค่ำคืนจากภายในหอคอย และเก็บภาพโซลทาวเวอร์ที่ส่องสว่างด้วยแสงไฟหลากสีสันหลังพระอาทิตย์ตกดิน เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่สวยงามและน่าประทับใจไม่แพ้การมาเที่ยวในช่วงกลางวัน
สำหรับใครที่มีโอกาสมาเที่ยวกรุงโซลและกำลังมองหาสถานที่ที่ได้ทั้งชมวิว เดินเล่น ถ่ายรูป และสัมผัสบรรยากาศของเมืองจากมุมสูง N Seoul Tower เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ไม่อยากให้พลาด เพราะบางครั้งความประทับใจจากการเดินทางก็ไม่ได้อยู่แค่จุดหมายปลายทาง แต่อยู่ระหว่างทางที่เราได้ค่อย ๆ เดินสำรวจและค้นพบมุมสวย ๆ ด้วยตัวเอง และสำหรับเราการมาเที่ยวโซลทาวเวอร์ครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในประสบการณ์แบบนั้น
เที่ยวอย่างอุ่นใจไปกับบัตรเดบิต Wise สำหรับใช้จ่ายทั่วโลก สามารถใช้ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มต่างประเทศตามอัตราแลกเปลี่ยนจริงโดยไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง ใช้ชำระค่าอาหาร จองที่พักหรือตั๋วเครื่องบิน รวมถึงในร้านค้าออนไลน์ทั่วโลกกว่า 50+ สกุลเงิน ทั้งยังรองรับการชำระผ่าน MasterCard, Apple Pay และ Google Pay โดยไม่ต้องกังวลในการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ใช้มานานกว่า 4 ปีไม่ผิดหวัง → สมัครรับบัตรเดบิต Wise ไว้ใช้ประโยชน์ด้วยตัวเองตอนนี้เลย
แหล่งข้อมูลวางแผนเที่ยว
Thank you
การเปิดเผย: บทความนี้มีลิงก์แอฟฟิลิเอทบางส่วน การกดที่ลิงก์ไม่มีค่าใช้จ่าย หากซื้อสินค้าหรือบริการจากลิงก์ดังกล่าว เราอาจได้รับค่ากำลังใจเล็กน้อยสำหรับนำไปพัฒนาบล็อก 🧡





